ธิเบต Milarepa movie มิลาเรปะ ผู้เป็นตำนานแห่งดินแดนธิเบต english subtitle

 Âm thanh video
Video phát trực tiếp, không tạo file tạm trên máy chủ.
Nghe audio tiết kiệm dữ liệu
Âm thanh YouTube cho video đang mở, chất lượng Nghe 24kbps. Bấm Tải MP3 để chuyển đổi và lưu file trên máy chủ.
0%
Bấm Nghe 24kbps để nghe trực tiếp. Bấm Tải MP3 khi cần lưu nghe ngoại tuyến.
68 Views
Đại Nguyện Nguyện 18 trong 48 Đại Nguyện của Phật A Di Đà : Nếu con được thành Phật, mà chúng sanh trong mười phương dốc lòng tin tưởng, muốn sanh về cõi nước con chỉ trong mười niệm, nếu không được toại nguyện, thì con chẳng trụ ở Ngôi Chánh Giác, trừ kẻ phạm năm tội nghịch và gièm chê Chánh Pháp. Nam Mô Pháp Giới Tạng Thân A Di Đà Phật Lời Khuyên Tịnh Độ (Ấn Quang Đại Sư) “ Ấn Quang từ Tây qua Ðông, từ Bắc xuống Nam, qua lại hơn vạn dặm, gặp gỡ nhiều người. Trong số đó, lắm kẻ bình nhật tự vỗ ngực là bậc thông Tông, thông Giáo, coi Tịnh Ðộ như uế vật, chỉ sợ nó làm bẩn lây đến mình. Lúc lâm chung, đa số chân loạn tay cuống, kêu cha gào mẹ. Trong số ấy, có những người trì giới niệm Phật già giặn, chắc thật, dù Tín Nguyện chưa đến mức cùng cực, tướng lành chẳng hiện, nhưng đều an nhiên mạng chung. Vì sao như vậy? Là vì tâm thuỷ trong lặng, do phân biệt nên xao động, đục ngầu, sóng thức trào dâng. Do Phật hiệu nên tâm thuỷ ngưng lặng. Bởi thế, kẻ thượng trí chẳng bằng kẻ hạ ngu, biến quá khéo thành vụng về lớn vậy!”
Published
for dharma only ,not for commercial purpose,
เพื่อเป็นธรรมทานเท่านั้น
เรื่องราวและธรรมเทศนาของท่าน มิลาเรปะ เป็นคัมภีร์ที่ทรงคุณค่ามากที่สุดคัมภีร์หนึ่งของทิเบต สภาพความเป็นอยู่ของชนชาวทิเบต ที่ผูกพันอยู่กับพระศาสนา ได้ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด ความหมายอันลึกซึ้งในธรรมเทศนาของท่านมิลาเรปะ เป็นดังประทีปส่องทางดำเนินให้แก่สาธุชนผู้มุ่งสู่โพธิญาณ อรรถรสในการอุปมาเปรียบเปรยอย่างชาญฉลาดของท่านมิลาเรปะ นำมาซึ่งธรรมปีติอย่างน่าอัศจรรย์(ขอบคุณข้อความจากอินเตอร์เน็ต)
เกี่ยวกับท่านมิลาเรปะ

ท่านมิลาเรปะ เป็นโยคีธิเบต มีชีวิตอยู่ในช่วง พ.ศ. ๑๕๙๖ ถึง พ.ศ. ๑๖๗๘ ท่านเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่ง แต่บิดาของท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก ครอบครัวของท่านซึ่งประกอบด้วยมารดา ตัวท่านและน้องสาว จึงต้องประสบความยากลำบากอย่างมาก เพราะถูกลุงและป้าโกงทรัพย์สมบัติไปจนหมด และบังคับให้มารดาและตัวท่านทำงานรับใช้ลุงป้าเยี่ยงทาส ทั้งยังถูกดุด่าทุบตีทำร้ายร่างกายและให้อยู่อย่างอด ๆ ยาก ๆ

มารดาของท่านมีความคับแค้นใจอย่างมาก จึงได้ส่งท่าน มิลาเรปะหนุ่ม ไปร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ทางไสยศาสตร์ จนท่านสำเร็จวิชาอาคม เดินทางกลับไปแก้แค้นลุงป้าและญาติที่คดโกงรังแกครอบครัวของท่านจนเสียชีวิตไปหลายคน

ต่อมาท่านรู้สึกเสียใจและสำนึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง จึงหันมาปฏิบัติธรรม ท่านแสวงหาและศึกษากับพระอาจารย์ทางธรรมหลายท่าน แต่ก็ไม่เจริญก้าวหน้า กระทั่งได้รับการแนะนำจากลามะท่านหนึ่งให้ไปพบท่านอาจารย์มาร์ปะ

ท่านอาจารย์มาร์ปะ มิได้รับท่านเป็นศิษย์โดยทันที แต่กลับให้บททดสอบที่ยากลำบาก และทรมานต่าง ๆ อยู่หลายปี แต่ท่านก็อดทนทำตามคำสั่งและปรนนิบัติอาจารย์มาร์ปะด้วยความภักดี ในที่สุดอาจารย์มาร์ปะจึงยอมรับท่านเป็นศิษย์อาจารย์ได้สั่งให้ท่านไปปลีกวิเวกเพื่อเจริญสมาธิอยู่ในถ้ำเป็นเวลา ๑๑ เดือน จนได้บรรลุญาณขั้นเบื้องต้น จากนั้นท่านได้ศึกษาคัมภีร์ทั้งของทางฝ่ายหินยานและมหายานอย่างเข้มข้น และตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วยความพากเพียร



วันหนึ่งขณะที่ท่านเจริญสมาธิอยู่ในถ้ำ ท่านได้นิมิตถึงมารดาว่าเสียชีวิตแล้วอย่างน่าสังเวช และเห็นน้องสาวเดินโซซัดโซเซขอทานอย่างน่าสงสาร ท่านบังเกิดทุกขเวทนาเหลือประมาณ ความทรมานใจทำให้ท่านเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความไม่เที่ยงของชีวิต และเห็นโทษทุกข์แห่งสังสารวัฏ ท่านจึงตั้งจิตอธิฐานว่าจะบำเพ็ญสมาธิอยู่บนเทือกเขาสูงอย่างสันโดษ จนกว่าจะบรรลุถึงโพธิญาณสูงสุด

สิบเอ็ดเดือนเต็มสำหรับการได้เริ่มต้นลงมือปฏิบัติธรรมที่เข้าสู่เนื้อหาสาระอันแท้จริง การบำเพ็ญอย่างอุกฤษฏ์โดยต่อเนื่องในถ้ำแต่ผู้เดียว ทำให้เกิดธรรมจักษุต่อมรรคาที่จะบรรลุสู่พระโพธิญาณ ในระหว่างนี้ ท่านได้กลับมาเยี่ยมบ้าน มรณกรรมของมารดา และสภาพแร้นแค้นของบรรดาพี่น้องของท่าน ก่อให้เกิดความสลดสังเวชใจอย่างล้ำลึก แรงบันดาลใจที่จะสละโลกทั้งปวง ดำเนินไปอย่างรุนแรงเด็ดเดี่ยว ท่านได้อธิษฐานจิต ที่จะปฏิบัติบำเพ็ญอย่างต่อเนื่องในหุบเขาที่เงียบสงัด จนกว่าจะบรรลุถึงความวิมุติหลุดพ้นอย่างแท้จริง .

สิบสองปีเต็มกับการกระทำตามคำอธิษฐาน ท่านได้บรรลุถึงบรมธรรมขั้นสูงสุด การออกเผยแพร่ธรรมเป็นไปอย่างกว้างขวางมาก จนท่านมิลาเรปะ ได้ถูกจารึกว่าเป็นพระภิกษุองค์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาวทิเบต .

ลีลาในการแสดงธรรมของท่านมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนผู้ใด ธรรมบรรยายที่หลั่งไหลออกจากการบรรลุอมตธรรมของท่าน มิลาเรปะ มีลักษณะแห่งการอุปมาเปรียบเปรยกับธรรมชาติรอบๆตัวด้วยอรรถอันวิจิตรพิสดาร ก่อให้เกิดแนวทางอันวิเศษที่จะปฏิบัติบำเพ็ญตาม ท่านมิลาเรปะ แตกต่างจากพระภิกษุรูปอื่นซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนาในยุคนั้น ท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานก่อสร้างถาวรวัตถุ ท่านไม่รวมกลุ่มกับใคร เพื่อเน้นลัทธินิกายใดๆ ท่านชอบใช้ชีวิตที่โดดเดี่ยวอยู่ในป่าเขาโดยไม่ติดยึดสถานที่ ท่านออกจาริกธุดงค์ไปพบกับผู้คนโดยไม่มีข้อกำหนดว่าจะเป็นสถานที่เช่นไร เพื่อแสดงธรรมตามแบบฉบับของท่าน ไม่มีการท่องบ่นสวดมนต์อันเป็นรูปแบบที่กระทำกันทั่วไป ท่านชักนำผู้คนให้เริ่มปฏิบัติธรรมในทันทีทันใด โดยไม่รั้งรอต่อการศึกษาจากตำรับตำรามากมายเหมือนที่นิยมทำกันในหมู่ภิกษุผู้คงแก่เรียน ประสบการณ์เรียนรู้สภาวะธรรมจริงที่เกิดขึ้นในจิตใจเป็นสิ่งที่ท่านแนะนำต่อพุทธศาสนิกชนให้พากเพียรปฏิบัติ ท่าน มิลาเรปะ ไม่ได้ร่วมในการยอมรับว่าพุทธศาสนานิกาย เถรวาท มหายาน หรือวัชรยาน อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งถูกต้องมากกว่ากัน แต่ท่านจะเน้นหนักถึงความเป็นมายาของปรากฏการณ์ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินลัดตรงไปสู่ความสิ้นอุปาทานยึดมั่นถือมั่นในบรรดาสรรพสิ่งโดยสิ้นเชิง

ท่าน มิลาเรปะ นับได้ว่าเป็นคุรุผู้สามารถทำให้สานุศิษย์เป็นจำนวนมากบรรลุ มรรคผลนิพพาน ท่านฮุยเหน็ง ( ท่าน เหวยหล่าง ) ผู้ก่อตั้งวิถีทางบรรลุฉับพลันอันได้แก่ลัทธิเซนในประเทศจีน ก็เป็นพระภิกษุอีกรูปหนึ่ง ที่พอจะเทียบเทียมกับท่านมิลาเรปะได้ ในแง่ที่ว่าท่านทั้งสองไม่อ้อมค้อมเสียเวลาอยู่กับเปลือกนอกของพระศาสนา แต่สำหรับความสามารถในด้านก่อแรงบันดาลใจ ให้ผู้คนหันมาประพฤติธรรมโดยใช้ถ้อยคำอุปมาอันชาญฉลาดนั้น ต้องถือได้ว่าท่าน มิลาเรปะ มีเอกลักษณ์ที่สมบูรณ์มากกว่า(ขอบคุณบทความจากอินเตอร์เน็ต-มิใช่เรื่องย่อของภาพยนตร์)
Category
Mantra - Trì Tụng Mật Chú